สมิธฯ โมเดล 60-17 ขนาด .38 สเปเชียล

มิธ แอนด์ เวสสัน (Smith & Wesson) เป็นบริษัทเก่าแก่รายหนึ่งของสหรัฐ ผลิตปืนขายมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1852 เป็นต้นตำรับปืนลูกโม่แบบไกดับเบิลแอ๊คชั่น และระบบเปิดโม่ออกด้านข้าง ที่ปืนลูกโม่ทุกยี่ห้อใช้เป็นมาตรฐานของทุกวันนี้ กล่าวได้ว่า สมิธฯ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตปืนลูกโม่มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และในด้านการออกแบบกระสุนสำหรับปืนลูกโม่ก็มีผลงานที่เด่นชัด คือ .38 สเปเชียล และ .357 แม็กนั่ม เป็นต้น

ลูกโม่โครงเล็กของสมิธฯ ที่ในปัจจุบันใช้รหัสอักษร J (J-frame) แต่เดิมมีให้เลือกในขนาดกระสุน .22 ลูกกรด (ทั้งธรรมดาและแม็กนั่ม), .32, และ .38 สเปเชียล ต่อมา ด้วยวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีวัสดุ มีความมั่นใจในความแข็งแรงของตัวปืน  จึงยืดโครงให้ยาวขึ้นเล็กน้อย ผลิตรุ่นที่ใช้กระสุน .357 แม็กนั่ม เริ่มในปี ค.ศ. 1996

ก่อนที่จะมาเป็นโครง  J สมิธฯ มีลูกโม่โครงเล็กใช้รหัส I (I-frame) โม่หกนัด สำหรับลูกกรดและ .32  และโม่ห้านัดสำหรับ .38 S&W ที่สั้นกว่า แรงต่ำกว่า .38 สเปเชียล หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ทางบริษัทต้องการผลิตปืนโครงเล็กสำหรับกระสุน .38 สเปเชียล ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นกระสุนแรงสูง ใช้ในปืนลูกโม่โครงกลางถึงใหญ่มาตรฐานตำรวจมาตั้ง แต่ต้นศตวรรษ 1900 (ออกแบบในปี ค.ศ. 1898)  จึงขยายโครง I ให้ใหญ่และยาวขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าโครง J ใส่โม่จุกระสุน 5 นัด ลำ  กล้อง 2 นิ้ว ได้ปืนลูกโม่ขนาดพกซ่อน เปิดตัวในงานประชุมใหญ่ของตำรวจเมื่อปี ค.ศ. 1950  ในชื่อ “ชีฟ สเปเชียล” (Chief’s Special) ที่ประสบความสำเร็จด้านการทำตลาดเป็นอย่างดี ต่อมาในปี ค.ศ. 1957 สมิธฯ เริ่มใช้เลขรหัสกำกับรุ่นปืนชีฟ สเปเชียล ได้หมายเลขเป็น โมเดล 36

เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำ สมิธฯ พัฒนาด้านโลหการอย่างต่อเนื่อง  และในปี  ค.ศ. 1965  สร้างผลงานปืนกระบอกแรกของโลกที่ใช้วัสดุเหล็กปลอดสนิมทั้งกระบอก ตัวปืนก็คือโมเดล 36 แต่เมื่อใช้วัสดุใหม่จึงใช้ รหัสให้ต่างกัน คือ โมเดล 60 โดยทั้งโมเดล 36 และโมเดล 60 รักษาเอกลักษณ์ของปืนพกซ่อน ลำกล้อง 2 นิ้ว แต่สำหรับลูกค้าที่ไม่เน้นพกซ่อนก็มีรุ่นลำกล้อง 3 นิ้วให้เลือก ซึ่งลำกล้องที่ว่าช่วยเพิ่มความแม่นยำสำหรับระยะยิงที่ห่างออกไปบ้าง

หลังจากปี ค.ศ. 1996 เป็นต้นมา ลูกโม่ห้านัดของสมิธฯ ขยายโครงจาก J เป็น magnum-J ทุกรุ่น เพื่อให้ใช้กระสุน .357 แม็กนั่ม และ .38 สเปเชียลแรงสูง (+P) ได้อย่างไม่มีข้อกังวล  แต่ชื่อเสียงของ .357 แม็กนั่ม ว่าเป็นกระสุนที่รุนแรงเป็นพิเศษ ทำให้มีลูกค้าบางกลุ่มที่ “แหยง” ความแรงของกระสุนขนาดนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้ยิงจริง  คือเกรงว่าลูกแม็กนั่ม .357 ยิงในปืนเล็ก ๆ น่าจะสะบัดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ สมิธฯ เอง ออก โมเดล 686 (เดลินิวส์ 30 มิ.ย. 2555) ที่หนาและหนักกว่าโมเดล 66 เดิมแล้วให้เหตุผลว่าเพื่อให้เหมาะกับกระสุน .357 แม็กนั่ม ทางบริษัทจึงบ่งไว้ชัดเจนในแคตตาล็อก ว่าใช้กระสุน .357 Magnum/ .38 Special +P เพื่อให้ผู้ซื้อสบายใจว่าไม่ต้องยิงด้วยกระสุน .357 เสมอไป

สำหรับปืนนายแบบของสัปดาห์นี้  เป็น โมเดล 60-17 ที่รูปทรงเหมือนกับ 686 ย่อส่วน คือมีฝักหุ้มก้านคัดปลอกยาวตลอด   น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ยิงได้นิ่มนวลศูนย์ปรับได้แบบยิงเป้า โรงงานกำหนดขนาดกระสุนเป็น .38 Special +P สำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ นัยว่าเพื่อความสบายใจของเจ้าหน้าที่ในการออกใบอนุญาต ตัวปืนรวบรวมวิวัฒนาการของลูกโม่สมิธฯ เรื่อยมาตามลำดับขั้น คือ เข็มแทงชนวนฝังในโครง และกุญแจล็อกการทำงานที่ด้านซ้ายของโครงปืนเหนือปุ่มเปิดโม่ ระบบการทำงานของไกดับเบิล/ซิงเกิลยังเหมือนเดิม ซึ่งเป็นจุดเด่นของสมิธฯ และเมื่อเป็นโม่ 5 นัด ช่องรับขาล็อกโม่จึงอยู่ตรงที่เนื้อเหล็กหนาที่สุด ช่วยด้านความแข็งแรงได้อีกจุดหนึ่ง

บทสรุปสำหรับ สมิธฯ โมเดล 60-17 กระบอกนี้  เป็นปืนที่ใช้งานง่ายตามแบบฉบับของลูกโม่ มีความพอดีคือขนาดตัวกะทัดรัด   แต่ยังให้ความแม่นยำสูงด้วยลำกล้องที่ยาวกว่าปืนลูกโม่พกซ่อนทั่วไป ศูนย์ปรับได้ใช้ยิงเป้าซ้อมมือได้ดี  ตัวปืนแข็งแรงระดับเดียวกับปืน .357 แต่บ่งขนาดกระสุนเป็น .38 สเปเชียล วัสดุเป็นเหล็กปลอดสนิมดูแลง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เห็นความจำเป็นต้องใช้ปืนลูกดก.

ข้อมูลโดยรวม
ขนาดกระสุน      :   .38 สเปเชียล +P   โม่จุ 5 นัด
มิติตัวปืน            :   ยาวxสูงxหนา : 195x120x32 มิลลิเมตร
ลำกล้องยาว      :   76 มม. (3 นิ้ว)
น้ำหนัก              :   695 กรัม
แรงเหนี่ยวไก     :   ดับเบิล 5,450 กรัม (12 ปอนด์) ซิงเกิล 2,050  กรัม (4.5 ปอนด์)
วัสดุ                  :   เหล็กปลอดสนิม, ด้ามยางแข็ง
อื่น ๆ                 :   มีรุ่นลำกล้อง 2.125 นิ้ว ศูนย์ตาย
ลักษณะใช้งาน  :   ต่อสู้ระยะใกล้ถึงปานกลาง, ติดบ้าน, พกพา
ตัวเลือกอื่น        :   Ruger SP101, Taurus Model 605

ขอบคุณข้อมูลจาก : ดร.ผาณิศวร ชำนาญเวช

error: