S&W Model 69 Combat Magnum® ขนาด .44 Magnum

เมื่อเทียบกันระหว่างปืนลูกโม่กับ ปืนกึ่งอัตโนมัติ ปืนลูกโม่มีข้อดีคือใช้งานง่าย ไม่มีซองกระสุนแยกจากตัวปืน และรับกระสุนแรงสูงพิเศษได้ดีกว่า โดยมีข้อด้อยคือความจุกระสุนจำกัด ยิงหมดโม่แล้วบรรจุเพิ่มได้ช้ากว่า และตัวโม่เป็นตัวกำหนดความหนา ไม่สามารถทำปืนโดยรวมให้แบนบางได้เท่าปืนระบบกึ่งอัตโนมัติ

สมิธแอนด์เวสสัน ที่เป็นผู้ นำในตลาดปืนลูกโม่ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ใช้ข้อดีด้านความแรงของกระสุนเป็นจุดขายที่สำคัญ เป็นรายแรกที่นำคำว่า Magnum มาใช้กับกระสุนปืนสั้นเมื่อยืดปลอก .38 สเปเชียล เพิ่มความแรงกว่าเท่าตัว เป็น .357 แม็กนั่มในปี 1935 และต่อมาในปี 1955 ก็ร่วมมือ กับเรมิงตัน ออกแบบ .44 แม็กนั่ม ในลักษณะเดียวกันคือเพิ่มความยาวปลอก .44 สเปเชียลของเดิม โดยในช่วงแรกของกระสุนแม็กนั่มทั้งสองขนาดนี้ สมิธฯ ใช้ปืนโครงใหญ่ (N-Frame) เพื่อให้มั่นใจว่ารับแรงดันที่สูงขึ้นได้อย่างปลอดภัย

ปืนโครง N มีชื่อเสียงด้านความแข็งแรงทนทาน ฝีมือผลิตประณีต ยิงได้แม่นยำ แต่ตัวปืนใหญ่และหนักกว่าปืนโครงกลาง (K-Frame) ใช้กระสุน .38 สเปเชียล ยอดนิยมของตำรวจในยุคนั้น สมิธฯ จึงปรับแบบปืน “คอมแบ็ตมาสเตอร์พีซ” โครง K ลำกล้องสี่นิ้ว เป็น “คอมแบ็ตแม็กนั่ม” ที่ต่อมาได้ชื่อรหัสเป็น โมเดล 19 เสริมความแข็งแรงด้วยฝักหุ้มก้านคัดปลอกเหมือนปืนโครง N จัดเป็นปืนอเนกประสงค์ถูกใจเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก สามารถยิงกระสุน .357 แรงสูงได้เมื่อต้องการ และซ้อมยิงด้วยลูก .38 สเปเชียลที่รีคอยล์ต่ำ ช่วยยืดอายุปืนได้อย่างดี ปืนโมเดล 19 เมื่อเปลี่ยนวัสดุเป็นสเตนเลส ได้รหัสใหม่เป็น โมเดล 66 ในปี 1971

วิวัฒนาการขั้นต่อมาของ “คอมแบ็ต แม็กนั่ม” ในปี 1980 คือเพิ่มความหนาของตัวโม่ โดยขยายโครงปืนเฉพาะส่วนรับโม่ให้ใหญ่ขึ้น แต่ใช้ด้ามของโครง K เท่าเดิม สมิธฯ เรียกโครงใหม่นี้ว่า L-Frame ออกแบบสำหรับกระสุน .357 โดยเฉพาะรหัสรุ่น คือ 586 เหล็กดำ และ 686 เหล็กสเตนเลส ขนาดของตัวโม่อยู่ตรงกลางระหว่างโครง K กับ N ได้ทั้งความคล่องตัวและทนทานยิงลูกแม็กนั่มได้ไม่มีกังวล มีชื่อเรียกควบไปกับรหัสตัวเลขว่า Distinguished Combat Magnum

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้ เป็นลูกโม่ สมิธฯ รุ่นพิเศษ เจ้าของรางวัล “ปืนแห่งปี 2015” (NRA Golden Bullseye Award : Handgun of the Year) ดูภายนอกเหมือนโมเดล 66 คลาสสิก แต่ความจริงเป็นปืนโครง L เลขรหัสรุ่นใต้บานพับคือโมเดล 69 ระบุขนาดกระสุนข้างลำกล้องเป็น .44 Magnum และสลักชื่อรุ่นไว้ใต้ขนาดกระสุนว่า COMBAT MAGNUM ถือได้ว่าเป็นลูกโม่โครงกลาง ที่แรงที่สุดในปัจจุบัน ลำกล้องยาว 4.25 นิ้ว แบบสองชั้น ติดศูนย์ปรับได้ โม่จุ 5 นัด เทียบกับ 686 โครง L เท่ากันขนาด .357 ที่จุ 6 หรือ 7 นัด

ในส่วนการทำงานของปืน เหมือนลูกโม่ สมิธฯ รุ่นล่าสุด มีกุญแจล็อกในตัว สังเกตได้ที่กระเดื่องข้างนกสับด้านซ้าย ปุ่มเปิดโม่ใช้ผลักไปด้านหน้า โม่หมุนทวนเข็มนาฬิกาจากขวามาซ้าย และข้อดีของจำนวนกระสุนเลขคี่คือช่องรับตัวกำหนดตำแหน่งโม่อยู่ตรงที่เนื้อเหล็กหนาที่สุด เพิ่มความแข็งแรงด้วยลูกปืนล็อกหน้าบานพับ โดยย้ายมาจากปลายก้านคัดปลอก น้ำหนักตัวปืนเบากว่า 686 เล็กน้อย ถ้าจะซ้อมยิงจำนวนมากแนะนำให้ใช้ .44 สเปเชียล ที่ยิงได้นุ่มนวลกว่า .44 แม็กนั่มมาก

————————————————
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช

error: