Glock 23 Gen 4 ขนาด .40 S&W

เมื่อเริ่มงานผลิตปืนพกในปี ค.ศ. 1983  ช่วงเจ็ดปีแรก กล็อก ทำปืนใช้กระสุน 9 มม. เพียงขนาดเดียว คือ กล็อก 17,18,19 จนถึงปี ค.ศ. 1990 ขณะที่กล็อกกำลังออกแบบปืนโครงใหญ่ รุ่น 20, 21 สำหรับกระสุน 10 มม. และ .45 ออโต  เกิดกระสุนขนาดใหม่คือ .40  ที่รูลำกล้องเท่ากับ 10 มม. แต่ปลอกสั้นกว่า สามารถใช้กับโครงของ 9 มม. ได้  กล็อกรีบปรับตัว ออกรุ่น 22, 23 ใช้กระสุนใหม่เป็นรายแรก ตัดหน้าสมิธฯ ที่เป็นผู้ร่วมออกแบบกระสุน หลังจากนั้นหนึ่งปี จึงผลิตรุ่น 20, 21 ออกสู่ตลาด

ณ จุดนั้น กล็อกมีปืนพกขนาดกระสุน 9 มม., .40 และ .45 ครบชุด  ในรุ่นมาตรฐานลำกล้องสี่นิ้วครึ่งเรียงตามขนาดกระสุนคือ กล็อก 17, 22, 21 และในรุ่นคอมแพ็กลำกล้องสี่นิ้ว มีขนาด 9 มม. กับ .40 คือ กล็อก 19 กับ 23  หลังจากนั้นทยอยออกรุ่นใหม่ จนถึง กล็อก 43 ของปีนี้ ที่เป็นปืนตัวเล็กบางสำหรับพกซ่อน

สำหรับรุ่นที่ขายอยู่เดิม กล็อกมีวิวัฒนา การมาเป็นลำดับ จากแบบแรกของปี ค.ศ. 1983 ที่ต่อมาเรียกกันว่า Gen1 (ย่อจาก Generation 1) มาเป็น Gen2 ประมาณปี ค.ศ. 1988 โดยเพิ่มลายกันลื่นหน้าด้ามหลังด้ามและหน้าโกร่งไก,ฝังเหล็กสลักเลขประจำปืนตามข้อกำหนดของสหรัฐ, และในปี ค.ศ. 1991 เพิ่มสปริงล็อกฐานซองกระสุน กับทำสปริงลำเลื่อนแบบล็อกกับแกนสปริง ไม่แยกเป็นสองชิ้น

ทำแบบ Gen2 ขายต่อมาเกือบสิบปี จึงปรับเป็น Gen3 ในปี ค.ศ. 1998 จุดที่เห็นชัดคือโครงปืนส่วนครอบกันฝุ่นใต้ลำกล้องทำเป็นรางรับอุปกรณ์ สำหรับติดไฟฉายหรือเลเซอร์ช่วยเล็งได้, หน้าด้ามทำร่องนิ้ว และมีหลุมรับนิ้วโป้งทั้งซ้ายขวา ต่อมาปรับขนาดสันขัดกลอนให้ใหญ่ขึ้น, เพิ่มสลักขวางโครงที่ตำแหน่งเหนือไกเสริมความแข็งแรง และทำขอรั้งปลอกให้เป็นตัวบอกสภาพรังเพลิง คือง้างออกให้สังเกตได้เมื่อมีกระสุนบรรจุพร้อมยิง,เปลี่ยนสปริงลำเลื่อนเป็นแบบสองชั้น

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้ คือ กล็อก 23 Gen4 ออกขายครั้งแรกพร้อม ๆ กับ 17, 19, 22, 26, 27 ในปี ค.ศ. 2010  ตัวปืน เท่ากับ กล็อก 19 Gen 4 ทั้งมิติภายนอกและน้ำหนักปืนเปล่า จุดที่แตกต่างคือ กล็อก 23 จุกระสุน 13 นัด น้อยกว่า กล็อก 19 อยู่สองนัด แต่น้ำหนักตัวเมื่อบรรจุกระสุนเต็ม กล็อก 23 หนักกว่า 30 กรัม ซึ่งในการใช้งานพกพากล่าวได้ว่าไม่ต่างกัน

จุดเด่นของ กล็อก 23 Gen4 คือขนาดกระสุน .40 ที่ใช้หัวกระสุน 10 มม. อยู่ตรงกลางระหว่าง 9 มม. กับ 11 มม. (.45 ออโต) แรงดันในรังเพลิง ระดับเดียวกับ 9 พาราฯ แต่ให้พลังงานสูงกว่า คือ .40 หัว 165 เกรน เมื่อยิงจากลำกล้อง 4 นิ้ว ได้ความเร็ว 1,150 ฟุต/วินาที พลังงาน 485 ฟุต-ปอนด์  เทียบกับ 9 มม. หัวกระสุน 115 เกรน ความเร็ว 1,300 ฟุต/วินาที พลังงาน 430 ฟุต-ปอนด์ และหัวกระสุนที่ใหญ่กว่าหนักกว่า ของ .40 ถ่ายทอดพลังงานให้เป้าหมายได้ดีกว่า เป็นกระสุนที่ให้ผลด้านยุติการต่อสู้ได้ดีมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก : ดร.พณิศวร ชำนาญเวช

error: