ทำไม? ต่างชาติเรียก .45 ACP ไทยเรียก 11 มม.

คือสมัยก่อน ปืนพกเซมิออโต ส่วนใหญ่ที่เข้ามาบ้านเรามักเป็นปืนยุโรป เราจึงเห็นขนาดที่เรียกขานกันว่า

  • 6.35 มม.  มากกว่าที่จะเรียก .25 นิ้ว
  • 7.63 มม.  มากว่าที่จะเรียก .30 นิ้ว
  • 7.65 มม.  มากกว่าที่จะเรียก .32 นิ้ว
  • 7.65 มม.พาราเบลลั่ม มากกว่าที่จะเรียก .30 รูเกอร์
  • 9 มม. (สั้น) มากกว่าที่จะเรียก .380 นิ้ว   
     แล้วก็มี 9 มม. บราวนิงก์ลอง (มีไม่เยอะ)

ต่อมา เริ่มมีปืนอเมริกัน โคลท์ 1900 ขนาด .38  auto (มีไม่เยอะ) และมี 1911 ขนาด .38 ซุปเปอร์ ตามมาในช่วงหลัง จึงนิยมเรียกเป็นมาตราเมตริกตามปืนยุโรป (เพราะเป็นปืนเซมิออดตส่วนใหญ่) เลยวัดคราวๆ เป็น 9 มม.  มีทั้งเรียก 9 มม. โดยไม่มีคำพ่วงท้าย และ 9 มม. ซุปเปอร์

เมื่อมี 1911 ขนาด .45  ก็เลย ฝันเรียกเป็นมาตราเมตริก วัดคราวๆได้ 11 มม. ก็เลยเรียก 11 มม.

ส่วนปืนลูกโม่ สมัยก่อนนิยมปืนอเมริกันอยู่แล้ว และนิยมขนาดกระสุนไม่โต. จึงเรียกขานตามแบบอเมริกัน ที่มีหน่วยเป็นนิ้ว  โดยละคำว่านิ้ว เรียกเพียง จุดและตัวเลขเท่านั้น เช่น .32 , .38 , .357

ส่วนอีกแนวคิด น่าจะมาจากหลักเกณฑ์ของกองทัพ ที่กำหนดมาตรฐานการใช้ศัพท์ตามระเบียบอย่างเข้มงวด  พอระบบของเราใช้มาตราเมตริกเป็นหลัก  ก็ต้องมีรายการจดคุณลักษณะปืนเป็นหน่วยเมตริก  แล้ว .38 ซุปเปอร์ มีขนาดความกว้างของปากลำกล้องโดยประมาณ 9 มม ก็เรียก 9 มม.  ส่วน .45 ก็เรียก 11 มม. ขนาด .22 ยังเรียก 5.5 มม.

แล้วเมื่อก่อนเคยเห็นประกาศประมูลจัดซื้อหัวกระสุนขนาด .38 ของกรมตำรวจ ยังเขียนประกาศว่า เป็นหัวกระสุนปืนลูกโม่ 9 มม.

ปืน 1911 มีประจำการในการรบเช่นสมัยที่ทหาร GI ไปรบที่เวียดนาม 1911 ในปี พ.ศ. 2497-2518 ซึ่งไทยเป็นพันธมิตรกับอเมริกาอย่างแน่นแฟ้นในยุคนั้น และก็ยอมให้อเมริกามาตั้งฐานที่บ้านเรา คนไทยก็เริ่มรู้จักปืน สิบเอ็ด มากขึ้น โดยปัจจุบัน โค้ล 11 มม. (.45ACP) ก็ยังคงมีประจำการอยู่ในกองทัพไทย

ตรงนี้หลายคนเข้าใจผิดว่าปืน 11มม. หรือ “สิบเอ็ด” เป็นอาวุธสงคราม ซึ่งความจริงมันไม่ใช่นะครับ ประชาชนทั่วไปสามารถขออนุญาติให้มีและใช้ได้แต่จุดประสงค์เวลาขออนุญาติจะต้องระบุไว้ใช้เพื่อการกีฬา


ที่มา : โทน73

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: