อุปกรณ์เก็บเสียงปืน ผิดกฎหมาย!!

อุปกรณ์เก็บเสียงปืนส่วนใหญ่จะเห็นตามภาพยนตร์เสียเป็นส่วนมาก ไม่ค่อยมีใครนำมาใช้จริงเนื่องจากเวลาจะใช้จริงจริงมีข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนคือพกพาลำบากและไม่สามารถซ่อนพรางได้  แต่อย่างไรก็ตามกรณีมีผู้นำมาก่อเหตุอาชญากรรมปล้นทองซึ่งมีพฤติกรรมร้ายแรงเพราะมีการยิงเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยดังที่เป็นข่าวทราบกันดี และผู้ก่อเหตุใช้อุปกรณ์เก็บเสียงปืนในการกระทำความผิดทำให้มีการตีความไปต่าง ๆ นานา 

1.ลักษณะของอุปกรณ์เก็บเสียงปืน   

ลักษณะของอุปกรณ์เก็บเสียงปืน  มีได้ใน  2  ลักษณะ  

(1) ปืนลดเสียง คือปืนที่มีเครื่องบังคับเสียง (อังกฤษ: Suppressor) ให้เสียงลดลงมากกว่าปกติ หรือปืนที่ใช้กระสุนที่ออกแบบมาให้มีเสียงเบากว่าปกติ เพื่อป้องกันให้เสียงในการยิงปืนดังน้อยลง และป้องกันอันตรายที่เกิดจากเสียงดังของปืน อุปกรณ์ลดเสียงปืนจะแตกต่างจากอุปกรณ์เก็บเสียงปืน เพราะเป็นเพียงแค่การลดเสียงเท่านั้นเอง

(2) ปืนเก็บเสียง คือปืนที่มีเครื่องดับเสียง (อังกฤษ: Silencer) ให้ปืนที่ใช้กระสุนที่ออกแบบมาให้มีเสียงเบามาก ซึ่งจะถูกใช้ในการปฏิบัติการลับ เพื่อยิงปืนสู่เป้าหมายโดยไม่ให้เกิดเสียงเลย

ลักษณะการทำงานของ  ปืนเก็บเสียง

2. การมีอุปกรณ์เก็บเสียงปืน ผิดกฎหมายอะไร

พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์  พ.ศ. 2530  ตามความมาตรา 4   ในพระราชบัญญัตินี้

 “ยุทธภัณฑ์” หมายความว่า อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้  ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา  7

มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดว่า อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวภาพ วัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ ยานพาหนะ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ชนิดใดเป็นยุทธภัณฑ์

โดยมีประกาศกระทรวงกลาโหมเรื่อง กำหนดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาต ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์พ.ศ. 2530

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530  อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29  ประกอบกับมาตรา 41  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 2 กำหนดให้อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ สารเคมี สารชีวะ สารรังสีหรือสารนิวเคลียร์ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้ ดังต่อไปนี้ เป็นยุทธภัณฑ์

2.1  อาวุธ เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธ เครื่องยิงหรือฉายพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและเครื่องมือเครื่องใช้ที่อาจนำไปใช้ในการรบหรือการสงครามได้

2.1.1 ประเภทอาวุธและเครื่องยิง ทิ้ง หรือปล่อย และอุปกรณ์

  • 2.1.1.1  อาวุธปืนพก
  • 2.1.1.2  อาวุธปืนเล็กสั้น
  • 2.1.1.3 อาวุธปืนเล็กยาว
  • 2.1.1.4  อาวุธปืนกล
  • 2.1.1.5 อาวุธปืนที่มีความกว้างปากลำกล้อง ๐.๖ นิ้ว ขึ้นไป และมีพลประจำปืนมากกว่า ๑ คน
  • 2.1.1.6 อาวุธปืนใหญ่
  • 2.1.1.7 อาวุธปืนที่ใช้กระสุนปืนบรรจุสารนิวเคลียร์ สารชีวะ สารเคมีชนิดทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นพิษ
  • 2.1.1.8  อาวุธปราบเรือดำน้ำ
  • 2.1.1.9  อาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวะ อาวุธเคมี
  • 2.1.1.10  เครื่องยิงจรวด ขีปนาวุธและอาวุธปล่อย
  • 2.1.1.11  เครื่องยิงลูกระเบิด
  • 2.1.1.12  เครื่องยิงพลุสัญญาณ
  • 2.1.2.13  เครื่องปล่อยสารเคมี สารชีวะทางทหาร
  • 2.1.1.14 เครื่องทำควันหรือหมอกเทียม
  • 2.1.1.15  เครื่องเสริมสมรรถภาพของอาวุธยิง ทิ้ง ปล่อย รวมถึงระบบค้นหาเป้าหมาย กำหนดตำแหน่ง กำหนดระยะยิง เฝ้าตรวจหรือติดตาม อุปกรณ์ค้นหา รวบรวมข้อมูลการบอกฝ่ายและพิสูจน์ฝ่าย อุปกรณ์ตรวจจับ
  • 2.1.1.16  เครื่องมือต่อต้านอาวุธ ตาม 2.1.1.1 ถึง 2.1.1.15  
  • 2.1.1.17  ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของสิ่งต่าง ๆ ตาม 2.1.1.1 ถึง 2.1.1.15  

โดยหากผู้ใดมีไว้ก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว 

มาตรา 15 บัญญัติว่า  “ ห้ามมิให้ผู้ใดสั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิต หรือมีซึ่งยุทธภัณฑ์ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดเงื่อนไขไว้ในใบอนุญาตก็ได้ การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง” 

โดยหากผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา  15  จะมีโทษตามมาตรา  42  ซึ่งบัญญัติว่า “ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15   วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 25/1  ต้องระวางโทษจำคุกไม่ 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากได้รับอนุญาตแล้วฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะมีโทษตามมาตรา 43   ซึ่งบัญญัติว่า

 “ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาตตามมาตรา 15  วรรคสอง หรือมาตรา 15/1  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” 

3. ตัวอย่างของการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 52/2537

 จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้บริษัท อ. ไปยื่นคำขออนุญาตแทนเพื่อขอมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง แต่ในขณะที่บริษัท อ.ส่งวัตถุระเบิดตามใบอนุญาตไปให้จำเลยที่ 1  ปลัดกระทรวงกลาโหมยังไม่อนุญาตตามคำขอ การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการร่วมกันมีวัตถุระเบิด เยลาทีนไดนาไมต์ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดขณะใช้พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2476 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อใช้พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ซึ่งกำหนดโทษสำหรับความผิดตามฟ้องให้สูงขึ้นกว่าเดิม จึงต้องลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2476 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3

ส่วนประกอบของอาวุธปืนที่เป็นเครื่องเก็บเสียงหรือลดเสียง โดยทั่วไปหากไม่ได้ติดไว้กับปืนก็ไม่ค่อยมีการตรวจสอบเคร่งครัดนักที่ผ่านมา แต่หลังจากเหตุการณ์นี้คงต้องตรวจสอบกันอย่างเคร่งครับเพื่อป้องกันเหตุในลักษณะดังกล่าวและผู้ที่นำมาขายไม่ว่าโดยตรงหรือทางอินเตอร์เน็ตย่อมมีความผิด

ที่มา : ธรรมอาญา

error: