MP-40 ปืนกลมือ ขนาด 9 มม. สงครามโลกครั้งที่ 2

MP40 (Maschinenpistole 40, literally “Machine Pistol 40”) คือปืนกลมือ (submachine gun) พัฒนาในเยอรมันนี ถูกใช้อย่างมากใน พลร่ม ,หัวหน้าหมวดและ หัวหน้าหน่วย และทหารอื่นๆ ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปืน MP40 นั้นรู้กันดีในเรื่อง ความช้าในการยิง และ แรงถีบกลับของปืนที่ต่ำ

ปืน MP40 เป็นปืนที่พัฒนามาจากปืน MP38 ปืน MP36 ที่เป็นปืนต้นฉบับนั้นทำจาก เหล็กกล้า ถูกพัฒนาขึ้นโดย Erma’s Berthold Geipel ในการช่วยเหลือด้านเงินทุนโดยกองทัพบกเยอรมัน รูปแบบของปืนนั้นำมาจาก Heinrich Vollmer’s VPM 1930 และ EMP ต่อมา Vollmer ก็ได้ทำปืน Berthold Geipel’s MP36 และในปี 1938 ก็ได้นำต้นแบบเสนอแก่กองทัพเยอรมันเพื่อ ตอบรับคำขอของกองทัพให้ผลิตปืนกลมือแบบใหม่ออกมา และได้เปลี่ยนชื่อเป็น MP38 และปืน MP38 คือปืน MP36 ที่ได้รับการดัดแปลงให้มีความซับซ้อนน้อยลง และ MP40 ก็คือปืนที่ดัดแปลงให้มีความซับซ้อน น้อยลงไปอีกของปืน MP38 เพื่อที่จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิต

ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆเกิดขึ้นจากประสบการณ์จากปืน MP38 ไม่กี่พันกระบอกในการใช้งานในปี 1939 ในระหว่างช่วง การรุกรานโปแลนด์ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นถูกรวมไว้ระหว่าง MP38/40 และการปรับปรุงถูกใช้ในการผลิต ปืน MP40 

โดยคงจะไม่ผิดนักถ้าหากจะกล่าวว่าปืนกลมือ Maschinenpistole MP 40 (schmeisser) เป็นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง มันถูกผลิตออกมาโดยบริษัท เออร์ม่า (Erma) มากกว่า 1,000,000 กระบอก จนถึงปี 1945 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยความที่ผลิตง่าย ตามความต้องการของกองทัพเยอรมันที่ต้องการปืนที่มีระบบการผลิตที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้คนงานที่มีความสามารถพิเศษ ก็สามารถประกอบปืนรุ่นนี้ได้ ตัวปืน MP 40 เป็นเหล็กและพลาสติคแข็ง ไม่มีส่วนใดเป็นไม้ บำรุงรักษาง่าย ต้นแบบของมันคือ MP 38 ซึ่งผลิตขึ้นมาในปี 1938 ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะเปิดฉากขึ้นเพียงเล็กน้อย และพัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายเป็น MP 40 และได้รับสมญาว่า ชมิสเซอร์ (Schmeisser)

ปืนกลรุ่นนี้ใช้กระสุนขนาด 9 มม. ส่งกระสุนด้วยซองกระสุนบรรจุกระสุน 32 นัด อัตราความเร็วในการยิง 500 นัดต่อนาที เป็นปืนที่ทหารเยอรมันใช้ในระยะประชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารของหน่วย เอส เอส มักนิยมใช้ปืน MP 40 เป็นอาวุธประจำกาย รวมทั้งทหารประจำรถถัง หรือหน่วยยานเกราะ ตลอดจนหน่วยพลร่ม ก็ใช้อาวุธชนิดนี้เป็นอาวุธประจำกาย เพราะไม่ยาวเกะกะ มีความคล่องตัวสูง บรรจุกระสุนได้มาก บำรุงรักษาง่าย และมีความทนทาน ไม่แต่เฉพาะทหารเยอรมันเท่านั้นที่ชมชอบปืนรุ่นนี้ ทหารพันธมิตร และทหารรัสเซียก็มักจะนำไปใช้ เมื่อยึดมันมาได้จากทหารเยอรมัน

ข้อมูลโดยรวม

  • ประเภท  ปืนกลมือ
  • ถิ่นกำเหนิด  นาซีเยอรมัน
  • ระยะเวลาประจำการ  1939-1945
  • ใช้ในสงคราม สงครามโลกครั้งที่สอง
  • ผู้ออกแบบ Heinrich Vollmer ออกแบบในปี 1938
  • ผู้ผลิต Erma Werke ผลิตในปี  1940-1945
  • จำนวนที่ผลิตออกมา ประมาณ 1 ล้านกระบอก
  • น้ำหนัก 4 KG(8.8 lb)
  • ความยาว 833 mm 630 mm (เมื่อพับพานท้าย)
  • ความยาวลำกล้อง 251 mm
  • ขนาดกระสุน 9x19mm Parabellum
  • การทำงาน blowback, open bolt
  • การลั่นกระสุน 500 นัดต่อนาที
  • ความเร็วกระสุน ประมาณ 380 m/s (1,247 ft/s)
  • ระยะหวังผล 100 m ระยะสูงสุด 200 m 
  • ระบบการป้อนกระสุน ซองกระสุนขนาด 32 นัด 

ที่มา : frankgun.blogspot.com

error: