ความหมายของคำว่า “ปืน”

ปืน มักมองว่าเป็นของอันตราย คนที่ยุ่งเกี่ยวกับปืนมักเป็นคนไม่ดี เป็นนักเลง เรามาฟังเรื่องปืนกันหน่อย

  1. ปืนเป็นอาวุธคุณภาพสูง ไม่ควรอยู่ในมือของคนร้าย คนที่ด้อยวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือคนที่ไม่เคยฝึกการใช้อาวุธและกฎแห่งความปลอดภัย
  2. ปืนมีทะเบียน คือ ปืนนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาสูง คนจนเข้าไม่ถึง
  3. ปืนเถื่อน คือปืนที่ทำเอง เช่น ปืนปากกา หรือปืนจริงแต่ลักลอบนำเข้า
  4. มีปืนเก็บไว้ที่บ้านต้องมีใบอนุญาต ป.4 ถ้าจะพกพาต้องมีใบอนุญาต ป.12
  5. ก่อนได้ป.12 ตำรวจจะขอยิงเพื่อเก็บปลอกกระสุนเอาไว้เป็นหลักฐานก่อน คนมีป.12 จะระมัดระวังในการจะใช้อาวุธปืนมาก
  6. การมีอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัว ครอบครัวและทรัพย์สิน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ตามหลักคิดที่ว่า รัฐไม่สามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและทันเหตุการณ์ (เมื่อคนดีถูกรังแก ไม่สมัครวิวาท แต่ไม่จำต้องหนี)
  7. อาชญากรรมที่เป็นข่าว (street crime) เช่น วัยรุ่นยิงกัน จี้ชิงปล้น มือปืน เกือบ 100% ใช้ปืนเถื่อน
  8. ในบ้าน ถ้ามีสตรี และเด็กที่มีวุฒิภาวะพอสมควรแล้ว ควรรู้ว่าปืนเก็บอยู่ตรงไหน และควรเรียนรู้กฎแห่งความปลอดภัย รวมทั้งได้ฝึกการใช้อาวุธ เพื่อช่วยเหลือได้เมื่อเกิดเหตุร้าย เช่น กรณีปล้นร้านทอง พ่อถูกยิง แต่ลูกชายยิงสู้จนคนร้ายหนีไป
  9. คนยิงปืนเป็นมักไม่โชว์และไม่ใช้อาวุธพร่ำเพรื่อ เพราะตระหนักถึงอำนาจทำลายล้างของปืน

  1. ปืน เมื่ออยู่ในมือคนยิงเป็น จะปลอดภัยมาก สบายใจได้ แต่ถ้าอยู่ในมือคนไม่เคยใช้ปืน จะน่ากลัวและอันตรายมาก ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น (แต่พวกนี้มักยิงแม่น 555 เพราะยิงจากสัญชาตญาณ ไม่ต้องคิดทฤษฎี เหมือนตีกอล์ฟ)
  2. คนที่ฝึกใช้ปืน จะถูกสอนให้ยิงเข้าจุดตายเสมอ เช่น ศรีษะ หน้าอก และกลางลำตัวแนวกระดูกสันหลัง เพื่อทำลายจังหวะโอกาสของคนร้ายและหยุดยั้งให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของเราไม่มีที่ไหนสอนให้ยิงตรงขา หรือแขนของคนร้าย
  3. เมื่อเกิดเหตุ คนใช้ปืนเป็น จะยิงตามรูปแบบที่เคยฝึกมาโดยอัตโนมัติ เช่น ที่ศรีษะสองนัดซ้อน และหน้าอกอีกสองนัดซ้อน
  4. วิถีของคนใช้ปืนคือ ชักแล้วต้องยิง (ถ้าไม่ยิง ไม่ชัก) ไม่ชักปืนขู่ เพราะถ้าอีกฝ่ายมีปืน และเห็นเรามีปืน เค้าไม่ชักมาขู่แน่
  5. วิถีคนใช้ปืน มักพูดกันว่า ถ้าจำเป็นต้องใช้ปืน ยอมตกเป็นจำเลย ดีกว่าเป็นคนตาย
  6. การป้องกันที่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องเกิดภัยร้ายแรงที่ใกล้จะถึงก่อน ศาลฎีกาวางหลัก ว่า ถ้านิ้วยังไม่เข้าโกร่งไก ยังไม่ถือว่าลงมือกระทำความผิด แต่ทางปฎิบัติ ไม่มีใคร ยอมเสี่ยงชีวิต รอให้อีกฝ่ายเอานิ้วเข้าโกร่งไกก่อน (แล้วแบบนี้ ศาลจะว่ายังไง)
  7. ระยะใกล้ 2-3 เมตรอาวุธมีด อันตรายกว่าอาวุธปืนหลายเท่านัก หากใช้มีดเป็น
  8. คนถูกยิงก่อน แต่ถ้าไม่โดนจุดตาย ยังตอบโต้ได้ และเค้าอาจยังไม่รู้ตัวเพราะชา หรือกระสุนขนาดเล็ก เช่น .22 หรือ 9 มม. แต่กระสุนเล็ก จะทะลุทลวงสูง เสียชีวิตเพราะตกเลือดได้ง่าย ถ้ากระสุนขนาดใหญ่ เช่น 11 มม. คนถูกยิงมักเสียหลักเพราะมีแรงปะทะมาก แต่อาจไม่ฉกรรจ์เท่ากระสุนเล็ก
  9. คนถูกยิงเข้าจุดตาย เช่น หน้าอก หรือหัวใจ อาจตายทันทีหรือ 2-3 วินาที จึงล้มลง แต่เวลาแค่นั้นก็อาจตอบโต้อีกฝ่ายถึงตายได้ เช่น กรณีโจรปล้นร้านทองที่กระบี่ ถูกตำรวจเฝ้าร้านทองยิงก่อนเข้าหัวใจล้มลงแล้ว แต่ยังยกปืนขึ้นยิงลูกซองสั้นเข้าใบหน้าตำรวจ 1 นัด จนตำรวจเสียชีวิตก่อนได้

การพิจารณาคดีของศาลในคดีที่ใช้อาวุธปืน โดยเฉพาะในคดีที่ต่อสู้ว่าป้องกันตัว ศาลควรคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดีและวิถีแห่งปืนด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคดีถูกต้องตามความเป็นจริง

error: